LATEST ARTICLES

การเตรียมความพร้อมของ ร้านอาหาร ผับ บาร์ takeaway

รัฐบาลอังกฤษได้ออกแนวทางปฏิบัติเพื่อที่จะเปิดร้านอาหาร pub บาร์ ต่าง ๆ อีกครั้งในวันที่ 4 ก.ค 2020

ร้าน Kapook EU Money Transfer และ ByLondoner จึงแปลเอกสาร และบันทึกออกมาเป็น Clip ให้เจ้าของร้าน และพนักงานได้ศึกษา เพื่อที่จะเปิดร้านค้าได้

โดยสรุปคือ
-ร้านที่มีพนักงาน มากกว่า 5 คนต้องทำ Risk assessment เป็นกระดาษ
-คุยกับพนักงานให้เข้าใจว่าจะมีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง ต้องทำตามอย่างไร
-ต้องเก็บข้อมูลลูกค้า และพนักงาน 21 วัน
-ต้องมี Gel ล้างมือ และบอกให้ลูกค้าทำ Social Distancing (SD) และตัวพนักงานทุกส่วนก็ต้องทำ SD ด้วย
-ต้องมี ป้าย โปสเตอร์ เครื่องหมาย -หมั่นทำความสะอาดทุกส่วนของร้าน และมุ้งเน้นไปที่สิ่งที่คนจับ

เล่น Lotto (หวย) ที่อังกฤษอย่างไร

หวยนั้นเป็นความสนุกที่มีเล่นในหลายประเทศรวมถึงที่อังกฤษ

วีดีโอนี้จะให้ดูว่า หวยนั้นเล่นอย่างไรในอังกฤษ มีกี่หวย ชนะแล้วจะทำอย่างไร

Lotto ในอังกฤษนั้นมีเกมทั้งหมด 6 games ให้เล่น คือ
-Lotto
-Lotto Hotpicks
-EuroMillions
-EuroMillions Hotpicks
-Thunder ball
-Set for Life

มีลงทุนก็จะเริ่มจาก 1 Pound ถึง 2.5 Pound Lotto นั้นจะออกเกือบทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์

Clip นี้ไม่ได้ส่งเสริมให้เล่นหวย แต่คนทำ Clip เสียไปแล้ว 20 ปอนด์ T_T

ถือสองพาสปอร์ต – สองสัญชาติ ได้หรือไม่ ใช้ทั้งสองเล่มอย่างไร

สำหรับคนไทยบางท่านที่อยู่ใน UK มานานพอสมควรแล้ว และ ผ่านขบวนการด้านกฎหมายที่ทำให้ได้ หนังสือเดินทางของสหราชอาณาจักร

Clip นี้จะบอกว่าท่านจะใช้ หนังสือเดินทางสองเล่ม (ไทย และ อังกฤษ) อย่างไร

เที่ยวลอนดอนเดินทางอย่างไร

0

ลอนดอน (London) เป็นหนึ่งในที่หมายของใครหลาย ๆ คนที่ซักวันนึงจะได้มาเยือนมหานครแห่งนี้

ลอนดอนนมีระบบสาธารณะที่หลากหลายให้เลือกใช้ ไม่ว่าจะเป็น แท็กซี่ Black Cab ที่คุณจะเรียกรถจากไหนก็ได้ หรือ แท็กซี่แบบใช้ App เรียกเช่น Uber รถไฟใต้ดินแบบ Underground รถไฟแบบวงแหวนรอบนอก Overground รถเมล์ (Bus) เรือล่องแม่น้ำ วันนี้ By Londoner จะมาให้ข้อมูลการเดินทางในเมืองหลวงนี้ให้ทราบกันค่ะ

ก่อนอื่นเลย เรามารู้จักหน่วยงาน การขนส่งมวลชนในลอนดอน กันก่อน หน่วยงานนั้น คือ Transport for London (TFL) ซึ่งมี website ที่ชื่อว่า tfl.gov.uk เป็นที่น่าจะต้องศึกษา รองจาก Google Map

เริ่มด้วยการเดินทางแบบมีระดับก่อน ทั้งระดับด้านการเงิน และระดับด้านความสะดวกสบาย นั้นคือ แท็กซี่ หรือ อูเบอร์ ( Black Cab, Uber) หากเพื่อน ๆ ต้องการเดินทางจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งในเมือง แบบไม่ต้องเบียดกับผู้คน แท็กซี่ เป็นทางออกที่ดีที่สุด ราคาไปตามมิตเตอร์ หรือเรียกใช้ Uber ราคาถูกกว่าและทราบราคาคร่าว ๆ ก่อนจะทำการเดินทาง ว่าแล้วโหลด App มารอไว้เลย

นอกจากเจ้าใหญ่อย่าง Uber แล้ว UK ยังเปิดเสรีการแข่งขันดังนั้นจึงมีทางเลือกอย่าง Bolt บริษัทจาก Estonia,  Kapten จาก ฝรั่งเศษ, Xooox ของอังกฤษเอง, Wheely ที่เน้นรถหรู, Gett ที่เรียกเฉพาะรถ Black Cab, MyTaxi ที่เป็นบริษัทแท็กซี่ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป, Lyft คู่แน่งจากอเมริกาของ Uber, Ola ที่มีกลิ่นอายจากเมืองอินเดีย และ Addison Lee เจ้าตลาดเดิมที่พยายามปรับตัว ทั้งหมดนี้เป็นทางเลือกแบบ Taxi ในกรุงลอนดอน

อีกทางเลือกหนึ่ง คือการเดินทางรูปแบบรถไฟใต้ดิน ( Underground ) รวมถึง Overground และ รถไฟเชื่อมเมือง (National Rail ) ที่วิ่งผ่านลอนดอน นั้นสามารถรวมกันเป็นระบบที่สามารถเคลื่อนย้ายคนในเมืองใหญ่นี้ได้ ด้านการขนส่งทางรางนี้ ลอนดอนได้ถูกแบ่งเป็น Zone ๆ เริ่มจาก Zone 1 จากใจการเมืองออกไปถึง Zone 9 ในเขตเมืองข้าง ๆ ที่ค่าเดินทางจะคิดตาม Zone ที่เดินทาง เช่น เริ่มเดินทางจาก Zone 2 ไปยังกลางเมือง Zone1 หรือเดินทางจาก Zone5 สนามบิน Heathrow ไปยัง Earl’s Court ใน Zone 2 ราคานั้นสามารถค้นหาใน TFL website

มาต่อกันที่รถบัส (Bus) ที่คนไทยเรียกว่ารถเมล์ เป็นการเดินทางที่เหมาะกับวันชิว ๆ ไม่เร่งรีบ ไว้ดูวิวเมือง รถเมล์จะคิดราคาเป็นครั้งที่ขึ้น ไม่ว่าเราจะนั่งเพียงป้ายเดียว ก็จะจ่ายราคาเดียว กับนั่งเล่นทั้งสาย โดยจะอยู่ที่ 1.50 ปอนด์ต่อครั้ง ค่ารถเมล์ต่อวันไม่เกิน 4.50 ปอนด์ รถจะปิดให้บริการประมาณเที่ยงคืน แต่มีบางสายที่วิ่ง 24 ชั่วโมง และยังมีรถเมล์ตอนกลางคืนที่จะขึ้นต้นด้วยตัว N เช่น N13 ที่จะวิ่งหลังเที่ยงคืนจนถึงหกโมงเช้า

การเดินทางโดยรถเมล์สามารถศึกษาเส้นทางจาก TFL website, Google Map, หรือ App เช่น Citymapper London และยังมี App อย่าง Live Bus Countdown ที่บอกเวลารถมาถึงป้ายที่เรารอ มันมีประโยชน์มากในเวลาที่อากาศไม่เป็นใจ

มาถึงการเดินทางทางน้ำบ้าง เป็นที่รู้กันว่าลอนดอนมีแม่น้ำเทมส์ ( Thames River ) ไหลผ่านใจกลางเมือง คล้ายกับแม่น้ำเจ้าพระยาของกรุงเทพมหานคร ในแม่น้ำจะมีบริการที่เรียกว่า Thames Clippers ที่ให้บริการขนส่งผู้คน โดยส่วนตัวคิดว่ามันช้ากว่า Underground เพราะว่ากว่าจะเทียบท่า รอคนขึ้นลง ใช้เวลานาน แต่แน่นอน เมื่อแลกกับวิวทั้งสองฝั่งทาง

นอกจากนั้น London ยังมีกระเช้าลอยฟ้า ชื่อ Emirates – AIR LINE ที่จะนั่งข้ามแม่น้ำเทมส์จาก Greenwich Peninsular ไปยัง The Royal Docks ที่ความสูง 90 เมตร และจะใช้เวลาการเดินทาง 10 นาทีต่อเที่ยว วิวอาจจะไม่หวือหวา แต่ลอนดอนก็มีกระเช้าเหมือนกันนะ

มาถึงตอนนี้ คุณอาจมีข้อสงสัยเรื่องการซื้อตั๋วเดินทางในลอนดอนกันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรถไฟ รถบัส เรือเมล์ ที่กล่าวไปข้างต้น เราไม่สามารถซื้อตั๋วด้วยเงินสด By Londoner จะอธิบาย ขั้นตอนการจ่ายเงิน เพื่อซื้อตั๋ว การขนส่งของลอนดอนกัน

กรุงลอนดอนจะมีบัตรชื่อว่า Oyster Card เจ้าบัตรนี้ รูปร่างหน้าตา เป็น สีฟ้า ตามรูปด้านล่าง บัตรนี้ใช้ได้กับ Underground, Overground, National Rail ,Thames Clippers และ Bus เราสามารถซื้อได้จากตู้ขายตั๋ว ตามสถานีต่างๆ บัตรที่ว่านี้ มีเงินมัดจำบัตร 5 ปอนด์ต่อใบ และเติมเงินตามที่ต้องการได้ที่ตู้เลยค่ะ

ข้อควรรู้: การขอคืนบัตร ต้องใช้เจ้าบัตรนี้ 48 ชั่วโมงก่อน จึงจะสามารถคืนบัตรพร้อมรับเงินมัดจำคืนได้

ซึ่งเจ้าบัตร Oyster Card มันฉลาดมาก ๆ เลยค่ะ บัตรตัวนี้ จะมีการคำนวณค่าใช้จ่ายสูงสุดต่อวันไว้ ถ้าเราใช้เดินทาง หลายเที่ยวในวันนั้น จากจะต้องจ่ายเป็นเที่ยว ๆ ซึ่งราคารวมเดินทางทั้งวัน สูงกว่า ราคา one day travel card มันจะตัดเป็นราคา one day travel card โดยอัตโนมัติ เช่น Oyster Card จะตัดเงินแค่ 7.2 ปอนด์ในการเดินทางกี่ครั้งก็ได้ใน 1 วันใน Zone 1-2  นอกนี้ TFL ยังได้สร้าง App – TfL Oyster and contactless ที่เอาไว้เติมเงิน หรือตรวจสอบประวัติการเดินทาง ตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา TFL ได้ร่วมมือกับบริษัทบัตรต่างๆ เช่น Visa, Master Card และ American Express ในการจ่ายเงินผ่านระบบที่เรียกว่า Contactless ที่สามารถชำระค่าโดยสารได้จากบัตรเครดิต หรือ บัตรเดบิตโดยการแตะเพื่อจ่าย และต่อมาทาง TFL ร่วมมือกับ Google Pay และ Apple Pay อย่างไรชะเราก็ต้อง Pay จากบัญชีเราอยู่ดี

ฝากท้ายด้วยว่ากระแสรักโลกกำลังมาแรง ลอนดอนร่วมกับธนาคาร Santander ได้ให้บริการรถจักรยานที่สามารถถอยออกมาจากจุดนึงและเอาไปคืนอีกจุดนึงได้ โดยการเดินทางเที่ยวเมืองในแบบนี้นอกจากวิวอันสวยงามแล้วยังได้สุขภาพที่ดีด้วย การเช่าจักรยานนี้มีราคาเริ่มต้นเพียง 2 ปอนด์

และท้ายสุดลอนดอนยังมี Elizabeth Line รถไฟผ่านเมือง ที่ดีเลย์มาเรื่อย ๆ ไม่เสร็จซักที โดยมีกำหนดการเปิดทั้งสายในปลายปี2019 แต่ก็ยังไม่มีวี่แวว

จะเห็นได้ว่าลอนดอนเป็นเมืองที่สามารถเลือกการเดินทางในตัวเมืองได้หลากหลายเหมาะสำหรับเป็นเมืองเริ่มต้นของนักเดินทางหลายๆ ท่านและถ้าท่านใดมีแผนที่จะมาเที่ยวเมืองลอนดอนก็สามารถทักทาย หรือสอบถามข้อมูลกับเราได้ที่

ติดตามเรา By Londoner ได้ตามช่องทาง

Facebook: Travel by Londoner

IG: bylondoner

เที่ยวอังกฤษ (England) เดินทางอย่างไร

0

ประเทศอังกฤษ ถือเป็นสวรรค์ของนักเดินทางอีกที่หนึ่ง ซึ่งมีระบบสาธารณะ ที่หลากหลายให้เลือกใช้ วันนี้ By Londoner มาให้ข้อมูล และเคล็ดลับการเดินทาง ช่วยให้คุณได้วางแผนได้เร็วยิ่งขึ้น

เครื่องบิน ( Plane )
เริ่มกันที่การเดินทางมายังประเทศนี้ โดยส่วนใหญ่จะใช้การเดินทาง โดยเครื่องบิน ประเทศนี้ มีสนามบินกว่า 40 แห่ง กระจายไปให้แต่ละหัวเมืองของประเทศ ส่วนของเมืองหลวง ลอนดอน (London) มีสนามบินอยู่ 6 สนามบิน คือ Heathrow Airport, Gatwick Airport, London Luton Airport, London Stansted Airport และ London Southend Airport

รูปสนามบินลอนดอน – เวลาด้านล่างเป็นเวลาการเดินทางที่เร็วที่สุดจากกลางลอนดอนไปยังสนามบินนั้น ๆ

สายการบินที่บินมาจากเมืองไทย ที่บินตรงมายังสนามบิน Heathrow ของลอนดอน ได้แก่ BA – British Airway (สายการบินแห่งชาติของอังกฤษ) THAI Airway (การบินไทยรักคุณเท่าฟ้า) และ Eva Air (ของไต้หวัน)

ส่วนสายการบินที่ต้องต่อเครื่องเช่น Emirate, Qatar, และ Etihad สายการบินที่ต้องเปลี่ยนเครื่องมีข้อดีคือ สามารถเปลี่ยนไปลงตามเมืองต่าง ๆ ของอังกฤษได้โดยไม่ต้องผ่าน Heathrow เช่น Emirate สามารถบินไปลงที่  Glasgow, Newcastle, Manchester, Birmingham, London-Gatwick.

การเดินทางทางอากาศนี้ยังเหมาะกับการเดินทางระหว่างเมืองไกล ๆ ในประเทศเช่น London – Edinburgh เพราะประหยัดเวลา เมื่อเทียบกับการขึ้นรถโค้ช (Coach)

รถโค้ช และ รถบัส  ( Coach, Bus )
ก่อนอื่นเรามารู้จักความแตกต่างระหว่าง รถโค้ช (Coach) กับรถบัส หรือบ้านเราเรียกว่า รถเมล์ (Bus) รถโค้ช  คือ รถบัส ขนาดใหญ่ รถเมล์ คือ รถบัสที่ออกแบบมาให้เดินทางภายในเมือง มีหลายประตู มีที่ยืน ขึ้นลงง่าย อย่างไรก็ดีคนอังกฤษก็เรียกรถเมล์ว่า Bus  ส่วนรถโค้ช คือรถบัสที่ออกแบบมาให้เหมาะเดินทางระหว่างเมืองเช่น อาจจะมีที่เก็บกระเป๋า มีเก้าอี้ที่นั่งสบาย

ในอังกฤษมีบริษัทรถโค้ชให้เลือกใช้บริการหลายบริษัท เช่น  National Express, Mega Bus, EasyBus, Green Line.  ซึ่งหากมีการวางแผนเดินทางล่วงหน้า คุณจะได้ตั๋วที่ถูกมาก เค้าออกโปรโมชั่นมาบ่อย เว็บที่น่าจะเข้าไปตรวจสอบการเดินทางโดยรถโค้ชคือ checkmybus.com

รถไฟ (Train)
อีกการขนส่งระหว่างเมืองของอังกฤษคือ รถไฟ (Train) หรือบางทีจะเรียกว่า National Rail รถไฟในอังกฤษนั้นแตกต่างจากประเทศไทย โดยการดูแลระบบรางนั้นจะทำโดย Network Rail ส่วนการเดินรถนั้นถูกให้ สัมปทานกับบริษัทเดินรถต่าง ๆ เช่น Avanti West Coast, Southern Rail, South Western Railway, Lner, Great Western Railway, Grand Central

ส่วนราคาก็ขึ้นอยู่กับระยะเวลาการจองล่วงหน้า และการเดินทางที่อยู่ในช่วง Peak Time หรือไม่ (Peak Time คือช่วงเวลาเช้าและเย็นของวันทำงาน จันทร์ถึงศุกร์) ก็จะได้ราคาที่ถูกลง และสามารถวางแผนการเดินทางได้จาก nationalrail.co.uk

เรือ (Ferry)
ส่วนการเดินทางแบบสุดท้าย ทางเรือ เราสามารถเดินทางเข้าออก ทางทะเล ได้เนื่องจาก ลักษณะ ภูมิประเทศนี้เป็นเกาะ การเดินทางด้วยเรือเฟอรรี่ ได้รับความนิยมมากเช่นกัน หรือแม้ต้องการเดินทางขึ้นไปเที่ยวทางประเทศ สก็อตแลนด์ ตอนเหนือของเกาะอังกฤษ หรือไปเกาะ Isle of Wight หรือเดินทางข้ามไปยัง Northern Ireland เช็คข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก discoverferries.com

By Londoner สามารถพูดได้ว่า UK เป็นประเทศที่มีขนส่งสาธารณะที่ดีที่สุดอีกประเทศหนึ่ง ตรงเวลา และสะดวกสบาย มีโปรโมชั่นลดราคาอยู่เสมอหากเดินทางไป ต่างจังหวัด หวังว่าข้อมูลวันนี้มีประโยชน์กับผู้ที่วางแผนมาเที่ยวประเทศนี้นะคะ

ติดตามเรา By Londoner ได้ตามช่องทาง

Facebook: Travel by Londoner

IG: bylondoner

Premier League101 ฟุตบอลรายการหลักของอังกฤษ

การเชียร์ฟุตบอลนั้นเป็นสิ่งที่คนไทยหลายคนหลงใหล บางคนอาจจะมีความสุขกับเพื่อน ๆ ในการชมฟุตบอลที่ผับ หรือร้านอาหาร ส่วนบางคนที่พอมีทุนทรัพย์ อาจจะอยากบินมาดูด้วยตาตัวเองที่ประเทศอังกฤษ ลองมาดูข้อมูลเกี่ยวกับ Premier League หนึ่งใน การแข่งกันฟุตบอลที่ได้รับความนิยมที่สุดในโลก 

หลายคนคงเคยได้ยินชื่อทีมอย่างเช่น Liverpool หงส์แดง ทีมที่ปีนี้ 2019/2020 เล่นได้ดีมาก Leicester City จิ้งจอกสยาม ทีมที่มีเจ้าของเป็นคนไทย Man City (เรือใบสีฟ้า) หรือ Chelsea ทั้งหมดนี้เป็นทีมมาจาก อังกฤษ ทีมเหล่านี้เล่นในหลายการแข่งขัน ที่จะได้รางวัลส่วนใหญ่เป็นถ้วยรางวัล หนึ่งในการแข่งขันที่จะพูดถึงในคลิปนี้คือ Premier League (PL) 

ก่อนอื่นเลย คือ ข้อมูลการแข่งขันสามารถสามารถหาโดยตรงได้ใน Google หรือว่าที่ premierleague.com ที่จะเป็นเว็บอย่างเป็นทางการของ PL

PL จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยเริ่มตั้งแต่ประมานเดือน สิงหา และจบในเดือน พฤษภาคม ในปีต่อไป ดังนั้น PL เวลาพูดถึงจึงมีปีกำกับ เช่น PL 19/20 จริง ๆ PL ชื่อนี่เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อ วันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม 1992 ประมาน 27 ปีที่แล้ว

PL เป็นการแข่งขันของทีมที่เก่งที่สุดในอังกฤษ 20 ทีม ที่หลังจากจบฤดูกาล จะมี 3 ทีมหลุดออกจาก PL “ตกชั้น” ลงไปที่ EFL Championship (เป็นการแข่งขันในลำดับที่ถัดจาก PL) และจะมีทีมเก่งสุด 3 ทีมจาก Championship ขึ้นมาอยู่ใน PL 

โดยปรกติทีมใน PL จะมาจาก England แต่ก็มี 2 ทีมที่เคยมาเล่นใน PL ที่มาจาก Walse นั้นคือ Swansea City และ Cardiff City และมีเพียง 6 ทีมที่อยู่ใน PL ตั้งแต่มันเริ่มก่อนตั้งขึ้น นั้นคือ Arsenal, Chelsea, Everton, Liverpool, Manchester United และ Tottenham Hotspur

PL จะแข่งขันกันในวันเสาร์และวันอาทิตย์ แต่บางทีก็มีบางทีมลงแข่งวันจันทร์หรือวันศุกร์ ในวันอาทิตย์เวลาการแข่งขันจะเริ่มแข่งหลังบ่ายสองตามเวลาในอังกฤษหรือประมานสามทุ่มที่ประเทศไทย อันนี้อาจจะมาจากการให้คนดูไปโบสถ์ให้เรียบร้อยก่อนที่จะเดินทางมาดูที่สนาม

การแข่งขันของ PL จะเป็นการแข่งแบบพบกันหมด และจะพบกันสองครั้ง ครั้งหนึ่งในบ้านอีกครั้งนึงต้องเดินทางไปเยี่ยมทีมคู่แข่งนั้นๆ ยกตัวอย่างเช่น ทีมลิเวอร์พูล ที่มีสนามชื่อ Anfield จะแข่งกับทีม แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด สองครั้ง ครั้งนึงที่ Anfield อีกครั้งที่ Old Trafford (สนามของทีม แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด) และการแข่งขันระหว่างสองทีมที่ใช้สีแดงนี้จะเรียกว่า ศึกแดงเดือด ที่ฤดูกาลนึงจะมี 2 ครั้ง

การแข่งขันใช้การนับคะแนนเพื่อจะได้ตารางผลคะแนนที่จะบอกว่าทีมไหนได้คะแนนสูงสุด และ 3 ทีมไหนจะตกชั้น ในทุก ๆ แมตช์ ทีมชนะได้ 3 คะแนน ถ้าสองทีมเสมอกันจะได้กันไปคนละ 1 คะแนน ส่วนทีมที่แพ้จะไม่ได้คะแนน

จากคณิตศาสตร์พื้นฐานจะได้ว่า 20 ทีมจะได้ลงสนามทั้งหมด 38 ครั้ง โดย 19 ครั้งในบ้านตัวเอง และอีก 19 ครั้งไปเยี่ยมทีมคู่แข่ง ในแต่ละฤดูกาลจะมีการแข่งขันทั้งหมดรวม 380 ครั้ง

เพิ่มเติม 

  1. ทีมที่ไปเยือนทีมคู่แข่ง เรียกว่า ทีมเยือน
  2. ทีมที่เปิดบ้านรับการมาเยือน เรียกว่า ทีมเหย้า อาจจะมาจาก คำว่า อยู่เหย้าเฝ้าเรือน
  3. ถ้าทีมสองทีมมาจากเมืองเดียวกัน เช่น ทีม Manchester United แข่งกับ ทีม Manchester City จะเรียกว่าศึก ศึกดาร์บี้แมตช์

ผู้เล่นและผู้จัดการทีมของ PL นั้นอาจจะมาจากหลายประเทศไม่จำเป็นต้องเป็นคนอังกฤษ เช่น Jürgen Klopp – Manger ของ Liverpool นั้นเป็นคน Germany ส่วนผู้เล่นกองหน้าของทีมอย่าง Mohamed Salah เป็นคนสัญชาติ Egypt อียิปต์ เช่นเดียวกันกับผู้ถือหุ้นของทีมหรือเจ้าของทีมที่บริษัทไทยอย่าง King Power International Group ก็สามารถเป็นเจ้าของทีมใน PL  ดังนั้นจะได้ว่า PL จริง ๆ แล้วมีแง่มุมที่เป็น International 

เริ่มสนใจ PL กันบ้างแล้วใช่ไหม เราสามารถพิมพ์ชื่อทีมลงไปใน Google ได้เลย มันจะแสดงผลการค้นหาที่รวมผลการค้นหา และการแข่งขันในนัดต่อ ๆ ไป 

เวลาการบอกว่าทีมไหนแข่งกับทีมอะไร ทีมที่เป็นเจ้าบ้านจะถูกบอกก่อน และตามด้วยทีมที่ไปเยือน เช่น Tottenham เปิดบ้านรับการมาเยือนของ Liverpool ในวันเสาร์ที่ 11 มกราคม 2020

แต่อีกแปดวันถัดไป ทีม Liverpool จะเปิด Anfield ต้อนรับ Mancester United. แน่นอนหละ ทีมเจ้าบ้านจะได้กำลังใจจากผู้ชมเยอะกว่าทีมที่ไปเยือน 

แล้วแต่ละทีมอยู่เมืองไหนกันบ้างหละ? ด้านล่างเป็นแผนที่ อิงค์แลนด์ และลอนดอน ที่มีโลโก้ของแต่ละทีมอยู่

จะเห็นได้ว่าแต่ละเมืองนั้นอาจจะมีทีมได้มากกว่า 1 ทีม และแต่ละเมืองนั้นก็อยู่ห่างกันพอสมควร อย่างเช่นเมืองแมนเชสเตอร์ อยู่ห่างจากเมืองลิเวอร์พูลประมาน 1 ชั่วโมง และเมืองแมนเชสเตอร์ก็ใช้เวลาเดินทางประมาน 4 ชั่วโมงจากเมืองหลวงอย่างลอนดอน 

และทั้งหมดนี้ก็เป็นข้อมูลพอสังเขปเกี่ยวกับการแข่งขันฟุตบอลถ้วยใหญ่ที่สุดของอังกฤษ ในแต่ละปีมีคนไทยหลายพันคนได้เดินทางมาชมการแข่งขันฟุตบอลนี้ หรือได้มาเยือนสนามของทีมที่ตนเองชื่นชอบ 

ส่วนท่านใดสนใจเดินทางมาอังกฤษเพื่อทำตามความฝันของตนเองที่ครั้งนึงจะได้มาสัมผัสกลิ่นอายของฟุตบอลอังกฤษ ก็สามารถสอบถ้าเรา ByLondoner ได้ครับ

วิธีการขอทำคืนภาษีที่สนามบิน Heathrow

0

1. กรอกฟอร์มที่ต้อนยื่นให้เรียบร้อย
(สำหรับห้างใหญ่ๆ เช่น Harrods, Selfridges เค้ากรอกข้อมูลให้เรียบร้อยแล้ว ฉะนั้น เราไม่ต้องกรอกอะไรเพิ่ม)
2. เมื่อถึงสนามบิน ได้ทุกท่านเดินไปที่จุดทำภาษีก่อนเป็นอันดับแรก จุดทำภาษีอยู่ด้านหลัง จุดเช็คอิน A หันหน้าเข้าอาคารจะอยู่ฝั่งซ้ายมือสุด ใกล้ๆจุดเช็คอิน business class เค้าเตอร์การบินไทย

สำหรับผู้โดยสารชั้นประหยัด การบินไทย จุดดร็อปกระเป๋าคือจุด A เช่นกันค่ะ

3.เอกสารที่ต้องยื่นที่เค้าเตอร์ขอคืนภาษีมีดังนี้
– passport
– ฟอร์มขอคืนภาษี และบิล แนบกันไว้
– ตั๋วเดินทางกลับ

4. จากนั้นท่านจะได้รับเงินสดคืน หรือหากบางท่านเข้าบัตรก็เงินจะเข้าบัญชี 2 สัปดาห์ หลังจากนี้นะคะ

ไม่ควรดร็อปกระเป๋าก่อนทำคืนภาษีเนื่องจาก เจ้าหน้าที่บางครั้งขอตรวจสินค้า

เงินสดไม่สามารถคืนได้ในบางใบเสร็จ เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้เราเขียนบัตรเครดิตแทน

เมื่อเสร็จเรียบร้อยจึงทำการเช็คอินและดร็อปกระเป๋า

Gate อาคารที่เดินทางกลับค่อนข้างไกลนะคะ
ใช้เวลาเดินประมาณ 15 นาที

View this post on Instagram

Most painful but inevitable process… 😓

A post shared by Mee Kietduriyakul (@mee_kiet) on

ทำไมต้องมาเรียนภาษาอังกฤษ

0

1 ภาษาอังกฤษคือภาษาที่เป็นสากลของโลก ไปไหนก็พูดภาษาอังกฤษ เนื่องจากมีคนกว่า 400 ล้านคนมีภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ เช่น ประเทศใหญ่ ๆ อย่าง อเมริกา ออสเตรเลีย ประเทศที่ใหญ่และกำลังเป็นที่น่าสนใจอย่างอินเดีย ประเทศรอบไทยอย่าง พม่า มาเลเซีย สิงค์โป ฟิลิปปินส์ และทั้งทวีปยุโรปเองภาษาอังกฤษก็ใช้กันอย่างแพร่หลาย (แต่จากประสบการณ์ ไปญี่ปุ่นกับจีน ภาษาอังกฤษอาจจะใช้ไม่ค่อยได้)

2. ในอินเตอร์เน็ตซึ่งเป็นแหล่งความรู้ของโลกก็ใช้ภาษาอังกฤษ งานวิจัยที่น่าสนใจ บทความต่าง ๆ เรื่องราวใหม่ ๆ เว็ปข่าวสารใหญ่ ๆ BBC, CNN, Al Jazeera ก็ใช้ภาษาอังกฤษ และในยุคปัจจุบันที่มีเกือบทุกอย่างเป็นคลิปบน Youtube ถ้าหาข้อคลิปเป็นภาษาไทยไม่เจอ ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นภาษาอังกฤษ

3. อันนี้จากข่าวทีมหมูป่าที่ติดถ้ำขุนน้ำนางนอนในปี 2018 ที่ทีมค้นหาจากอังกฤษเข้าไปเจอเป็นทีมแรก เด็ก ๆ ที่ติดถ้ำยังต้องใช้ภาษาอังกฤษเลย ดังนั้นใจปัจจุบันภาษาอังกฤษมันมีอยู่ในทุกที่ จริง ๆ เหตุผลจากข้อนี้ข้อเดียวก็ควรเรียนภาษาอังกฤษละ

ทำไมต้องไปเรียนเมืองนอก ? ตอบง่าย ๆ คือระบบการศึกษา คุณภาพของระบบการศึกษา สิ่งแวดล้อมของผู้เรียน และประสบการณ์ชีวิตที่จะได้รับ

1. ยอมรับมาเถอะว่าระบบการศึกษาไทยมันยังต้องปรับปรุงอีกเยอะ (aka มันห่วย) ไม่ว่าจะรัฐบาลไหน ๆ ก็ไม่ได้ใส่ใจที่จะปรับปรุงระบบ ดังนั้นการที่เด็กที่จะเป็นอนาคตของชาติได้มาอยู่ในระบบการศึกษาที่มีมาตรฐานกว่า ไม่มีการขอเกรด ไม่ตรวจข้อสอบชุ่ย มันย่อมดีกว่า อนึ่งระบบการศึกษาตะวันตกฝึกให้เด็กนักศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเอง และประยุกต์ใช้ความรู้ที่หามาได้กับปัญหาต่าง ๆ นิสัยนี้อาจจะเปลี่ยนชีวิตของผู้ได้เรียนรู้ในระบบนี้เลยทีเดียว

2. ถ้าคุณมีกำลัง (ทุนทรัพย์) จะมาเรียนเมืองนอกได้ คุณมาเถอะ ไม่ใช่ทุกคนที่จะมาเรียนได้ ถ้ามีโอกาสทำไมไม่รับมัน มีคนกว่าครึ่งประเทศไทยไม่มีโอกาสนี้

3. สิ่งแวดล้อมในต่างแดนจะเป็นโอกาสที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ใหม่ ๆ เพื่อนใหม่ ๆ วัฒนธรรมใหม่ ๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนจะมีประโยชน์ในอนาคต เช่น โอกาสที่จะเจอเพื่อนที่สามารถทำธุรกิจด้วยกัน โอกาสที่จะตะหนักถึงการศึกษาภาษาอื่น ๆ เรียนรู้ว่าชาวต่างชาติคิดต่างจากเรา อย่างน้อย ก็ลองแลกเปลี่ยนประสบการณ์ผีในประเทศไทยให้เขาฟังสิถ้ามีโอกาสนะ ส่วนเรื่องของธุรกิจ การได้มาอยู่หรือเรียนต่างประเทศจะทำให้สามารถติดต่องานกับชาวต่างชาติได้อย่างไม่เขินอาย

4. ในประเทศตะวันตก ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ เป็นที่ที่น่าไป และหาได้ง่ายกว่าห้างสรรพสินค้า การเรียนต่อต่างประเทศยังมีโอกาสที่จะได้ท่องเที่ยวในประเทศอื่น ๆ ใกล้เคียง เช่นถ้ามาเรียนในปารีสก็อาจจะได้เดินทางท่องเที่ยวในยุโรปหลายประเทศ เป็นการเพิ่มประสบการณ์ให้ตัวเอง

5. มีหลักสูตรให้เลือกมากมายที่เมืองไทยยังไม่มี หรือมีก็ยังเป็นแบบเริ่มต้น เช่น ด้านเครื่องบินและอวกาศ ด้านนิวเคลียร์ ด้านวิทยาศาสตร์นาโน ด้านพลังงานสะอาด นวัตกรรม ด้านการแพทย์เฉพาะทาง (ด้านมะเร็ง หัวใจ ยีนและสเต็มเซลล์) ด้านการวางผังเมืองและการขนส่ง (สองอันหลังนี้อยากให้มีคนจบมาเยอะ ๆ) เอาเป็นว่าแค่ชื่อหลังสูตรก็สุดมันแล้ว

6. การมาเรียนเมืองนอกสำหรับผู้มาเรียนนั้นมันคือ อิสละภาพ ไม่ต้องมีใครตามบ่น แต่ก็ต้องช่วยเหลือและรับผิดชอบตัวเองให้ได้ ผู้ปกครองหลายท่านส่งลูกออกมาอยู่เมืองนอกเพื่อมั่นใจว่าลูกจะสามารถใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเอง
คำเตือน : สำหรับผู้ปกครอง ถ้าลูกหลานเป็นคนไม่เอาถ่านหรือไม่ค่อยได้ความ การส่งลูกหลานออกไปเมืองนอกแล้วหวังว่าพวกเด็ก ๆ จะดีได้นั้นถือเป็นการเดิมพันที่สูงมาก และอัตราการล้มเหลวจะสูงมาก ควรจะฝึกวินัยของบุตรหลานก่อนจะส่งมาเมืองนอก

7. หลังจากเรียนจบ นักเรียนนอกจะเพิ่มโอกาสของการได้งานดี ๆ และมีรายได้มากขึ้น อันนี้แน่นอนอยู่แล้ว ถ้าจะต้องสมัครงานหลังจากเรียนจบ เด็กนอกย่อมมีภาษีดีกว่าในยุคที่ฝรั่งเต็มเมืองไทย และการทำการค้าต้องเกี่ยวข้องกับบริษัทต่างชาติ การที่บริษัทได้พนักงานที่พูดภาษาอังกฤษได้ย่อมได้เปรียบ แต่ถ้าจะทำธุรกิจเอง พวกเขาก็จะมีมุมมองที่ต่างจากเด็กไทย และนำมาสู่โอกาสที่ดีกว่า
ถ้าตัดสินใจแล้ว ก็อย่าลืมตรวจสอบชื่อของมหาลัยว่าได้รับการรับรองคุณวุฒิจากสำนักงาน ก.พ. ไหมที่ http://e-accreditation.ocsc.go.th/acc/index.html ในกรณีที่จะกลับมารับราชการ

ทำไมต้องเรียนภาษาอังกฤษที่ประเทศอังกฤษ ?

คำถามนี้เคยถามกับตัวเองเมื่อหลายปี จริง ๆ คำถามตอนนั้นคือไปเรียนที่ไหนดี แน่นอนมันมีตัวเลือกประเทศอยู่สามประเทศคือ Australia, UK และ USA โดยส่วนตัวเคยไปเรียนซัมเมอร์ที่ Boston, Christchurch-New Zealand และ London ตอนนั้นคิดว่า คนจบ Australia มันอ่อนกว่า จบ USA และ UK มันใกล้เมืองไทยไป ส่วนที่อเมริกา การเดินทางไม่สะดวกและประเทศใหญ่ไป ดังนั้นจึงเลือก UK ด้านล่างเป็นเหตุผลแบบจริงจัง

1. เป็นประเทศที่สร้างผู้มีอิทธิพลมากมาย ทั้งการเมือง เทคโนโลยี ผู้นำรวมถึงชนชั้นนำของไทยส่วนใหญ่จบมาจากอังกฤษ และยังส่งลูกหลานไปศึกษายังประเทศอังกฤษ

2. มหาลัยมีชื่อเสียง บางทีดูเก่า แต่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่นการเข้าใจรหัส DNA จากมหาลัยสุดเก่าอย่าง Cambridge, การศึกษาเรื่องการดูแลผู้ป่วยมะเร็งของ Leeds และ Kinston, การศึกษาด้านหุ่นยนต์กับเด็กของ Plymouth หรือการศึกษาเรื่องพลังงานแสงอาทิตย์ของ Bath

3. จำนวนของมหาลัยเกือบ 400 แห่ง และมีหลักสูตรเรียนกว่า 50,000 หลักสูตร

4. มหาลัยในอังกฤษมีการตรวจสอบที่จริงจัง มีการตรวจข้อสอบของเด็กด้วยอาจารย์อย่างน้อย 2 ท่าน และต้องมีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยอื่นมาตรวจสอบการสอนและการให้คะแนนดังนั้นมหาลัยจึงมีคุณภาพสูง

5. สำหรับตัวประเทศเอง อังกฤษเป็นประเทศที่เป็นมีนักเรียนจากทั่วทุกมุมโลกมาเรียน (ทุกปีจะมีนักเรียนต่างชาติมาลงเรียนกว่า 260,000 คน) แต่ยังอยู่ในกฎระเบียบที่ดี เป็นโอกาสให้นักเรียนได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม อังกฤษ ยุโรป จีน แขกและคนดำ มีโอกาสหาเพื่อนใหม่ ได้ใช้ชีวิตวัยรุ่น ได้เรียนรู้ว่าแขกเก่งกว่าไทยไหม หรือพี่จีนจะซื้อทุกอย่างจริงไหม คนดำน่ากลัวไหม

6. มีอาชญากรรมต่ำ การพกปืนยังมีน้อยมากจึงไม่ค่อยมีการยิงกันตาย การขับรถบนถนนก็มีน้ำใจ มีระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพมีรถไฟไปทุกเมือง ในเมืองมีรถบัสที่เดินทางอย่างสะดวกสบาย

7. อังกฤษยังเป็นเมืองที่น่าใช้ชีวิต มีอาหารจากทั่วทุกมุมโลก มีงานดนตรี ศิลปะ ประวัติศาสตร์ และความโดดเด่นเรื่องกีฬา ทั้งเทนนิส กอล์ฟ และฟุตบอล

8. เนื่องจากค่าเงินอังกฤษที่ลดค่าลง และระยะเวลาของการเรียนที่น้อยกว่าในหลาย ๆ ประเทศ อังกฤษจึงจะเป็นตัวเลือกที่ประหยัด และยังสามารถหาทุนการศึกษา หรือส่วนลดค่าเรียนได้อีกด้วย

5 Museums หลักในลอนดอน

ลอนดอนเมืองที่มีรากฐานมานานกว่า 2,000 ปีจากชาวโรมัน ผ่านยุกต์สมัยปฏิวัติอุตสาหกรรม ยุกต์วิทยาศาสตร์ และขณะนี้ก็ยังเป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่และก้าวหน้าที่สุดในโลก ดังนั้น เมืองนี้จึงมีเรื่องเล่ามากมายที่ถ่ายทอดมาในรูปของ พิพิธภัณฑ์ มาดูกันว่าในลอนดอนมีพิพิธภัณฑ์ไหนน่าสนใจและสามารถเข้าได้ฟรีบ้าง

1.British Museum ย้อนประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติผ่านของสะสม สิ่งประดิษฐ์ ที่น่าตื่นตาตื่นใจของ British Museum จากทั่วทุกมุมโลก ตั้งแต่สมัย 5,000 ปีก่อน โดยมี ไฮไลต์เช่นประติมากรรม Rosetta Stone ที่เป็นเหมือนสะพานเชื่อมเรื่องราวตั้งแต่สมัยอียิปต์และกรีซ และ ส่วนของวิหาร Parthenon ที่แสดงถึงความรุ่งเรื่องของกรีซที่เป็นรากฐานอารยธรรมของชาวตะวันตก และวิทยาศาสตร์สมัยใหม่

นอกจากนี้ British Museum ยังมีของสะสมจากทั้งทวีปอเมริกา และทวีปเอเชียคือจาก อินเดีย เนปาน จีน ญี่ปุ่น และเกาหลี เรียกได้ว่ารวมเรื่องราวทั้งโลกมาอยู่ภายใต้โดมขนาดใหญ่ของพิพิธภัณฑ์นี้เลยทีเดียว

2. National History Museum ถ้าจะหาของเก่าแก่ที่สุดคงต้องที่นี่เลย เพราะที่นี่คือ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติคุณจะค้นพบตั้งแต่ โครงกระดูกของไดโนเสาร์จนถึงปลาวาฬสีน้ำเงินยักษ์ขนาดว่า 25 เมตร รายล้อมด้วยสัตว์และสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ จากทั่วทุกมุมโลกทั้งที่ตามองเห็นขนาดใหญ่โต ไปจนถึงต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ถึงจะมองเห็น นอกจากนี้ยังรวมเรื่องราวการกำเนิดโลก ธาตุต่าง ๆ และ การจำลองแผ่นดินไหว ขอบอกเลยว่า เด็ก ๆ จะต้องชื่นชอบพิพิธภัณฑ์นี้ อย่างแน่นอน

3. Science Museum ที่อยู่ไม่ไกลกันกลับ National History Museum ท่านจะได้สัมผัสความมหัศจรรย์ของวิทยาศาสตร์ที่มีสิ่งจัดแสดงกว่า 15,000 ชิ้น เช่น แคบชูลของยาน Apollo 10 ที่เคยถูกส่งไปโคจรรอบดวงจันทร์มาแล้ว, หรือวิทยาศาสตร์สมัยใหญ่อย่าง Stephenson’s Rocket ที่เป็นเครื่องจักรไอน้ำในสมัยปฏิวัติอุตสาหกรรม, นอกจากนี้ยังมีเรื่องจำลองการบินของเครื่องบิน และโรงหนังสามมิติ ถือเป็นที่ที่จะสร้างแรงบันดานใจให้ว่าที่นักวิทยาศาสตร์ตัวน้อยในอนาคต

4. National Gallery แน่นอนหละลอนดอนยังเป็นเมืองแห่งศิลปะและ National Gallery ก็เป็นแห่งรวมของ ภาพเขียนมากกว่า 2,300 ภาพ ซึ่งแต่ละภาพก็จะมีประวัติเป็นของตัวเองที่แตกต่างกันไป ตั้งแต่ยุคกลางจนถึงศตวรรษที่ 20 ที่นี่มีผลงานของจิตกรเอกอย่างเช่น Da Vinci, Botticelli, Caravaggio และ Van Gogh ถ้าใครที่มีความชื่นชอบในเรื่องของศิลปะเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ก็ไม่ควรพลาดที่จะแวะเข้าไปชม National Gallery นี้

5. National Maritime Museum เป็นที่รู้กันว่าครั้งนึง อังกฤษ เคยได้ฉายยาว่า ประเทศที่พระอาทิตย์ไม่เคยตกดิน นั้นคือประเทศนี้มีอนานิคมอยู่ทั่วทุกมุมโลก ซึ่งเกิดขึ้นในสมัยที่การเดินเรื่องนั้นรุ่งเรื่อง พิพิธภัณฑ์ทางทะเลแห่งชาติ (National Maritime Museum) ตั้งขึ้นเพื่อแสดงถึงเทคโนโลยีการเดินเรือ และประวัติศาสตร์การเดินเรือท่านจะได้ ดูแผนที่โบราณ แบบจำลองเรือ เรื่องราวของบริษัทมหาอำนาจอย่าง East India นับเป็นที่ที่เพริดเพรินกับการเดินทางทางทะเลที่สนุกที่สุด

 

ทางเดินที่ดีที่สุดที่จะสำรวจ ถ่ายรูป เช็คอิน สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของลอนดอน

สำหรับผู้ที่มาเยี่ยมลอนดอน การเดินชมเมืองลอนดอนน่าจะเป็นวิธีที่จะชมเมืองได้อย่างระเมียดและได้รับสุขภาพที่ดี

สามารถกด link ด้านล่างเพื่อที่จะเปิดใน Google Map

https://goo.gl/maps/RxBicJDGYmJSSuUj6

นี่เป็นหนึ่งในทางเดินที่ดีที่สุดที่จะสำรวจ ถ่ายรูป เช็คอิน สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของ ลอนดอน ที่จะทำให้เพื่อน ๆ ที่ยังไม่เคยมาได้อิจฉาเล่น  การเดินทางจะเริ่มจาก

1. Trafalgar Square ที่จะเป็นที่แรกที่จะเริ่มต้นการเดินนี้ Trafalgar Square นี้ตั้งชื่อตามสงครามในสมัย Napoleon (จักรพรรดินโปเลียนที่ 1) ที่ทางอังกฤษได้ชัยชนะจากสงครามทางเรือใกล้แหลม Trafalgar ทางตอนใต้ของประเทศสเปน และที่ด้านหน้าของ Trafalgar Square นี้ยังเป็นที่ถือเป็นจุดศูนย์กลางของลอนดอนในด้านการวัดระยะทาง ทุกครั้งที่บอกให้ Google นำทางจาก London ไปที่ไหนก็ตามในโลก มันจะเริ่มจากจุดด้านหน้าของ Trafalgar Square นี้

View this post on Instagram

First day🇬🇧

A post shared by Laura💙 (@laurmdn18) on

2. จากนั้นเดินบนทาง The Mall เส้นทางสีแดงประหนึ่งเป็นพรมแดงที่เป็นทอดยาวไปยัง Buckingham Palace เป็นเส้นทางที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อการเฉลิมฉลองในวาระต่าง ๆ การเดินขบวนทหาร เป็นต้น

เส้นทางนี้ยังเป็นเส้นทางหลักของทั้งราชวงศ์ และบุคคลชั้นนำของอังกฤษ ที่จะเดินทางไปยัง Buckingham Palace ในวันสำคัญธงของประเทศ และของประเทศของอาคันตุกะจะถูกตกแต่ง

View this post on Instagram

All roads lead to the Palace 🇬🇧👑

A post shared by Abby B (@abby_bernard_) on

3. Buckingham Palace เป็นพระราชวังที่เป็นที่ประทับเป็นทางการของราชวงศ์อังกฤษ และเป็น Landmark สำคัญของสหราชอาณาจักร และจะมีการเปลี่ยนทหารรักษาการในเวลาสาย ๆ อาจจะตรวจสอบเวลาอีกครั้งในเว็บไชด์

4. จากนั้นเดินทาง Birdcage Walk หรือเดินผ่าน St James’s Park สวนสวยใจกลางเมืองลอนดอนที่มีทั้งสระน้ำ และสะพานสวยที่สามารถเป็นที่ถ่ายรูปและวิวที่ประทับใจจนยากที่จะลืม

5. Westminster Abbey มหาวิหารที่สำคัญคู่กับราชวงศ์อังกฤษ ทั้งจัดงานขึ้นครองราชย์ งานแต่งงาน และงานศพของราชวงศ์

6. จากนั้นเดินไปอีกนิดที่ The Houses of Parliaments หรือที่คนไทยเรียกว่า Big Ben นั้นแท้จริงชื่อว่า Palace of Westminster ที่ด้านในอาคารเป็นที่ทำงานของเหล่า ส.ส. และ ส.ว. ส่วนหอนาฬิกาบิ๊กเบนมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Elizabeth Tower อย่างไรก็ตามหอนี้ยังปิดซ่อมแซมจนถึงปี 2021

7. เดินข้าม Westminster Bridge ข้ามไปยังฝั่งใต้ของแม่น้ำ Thames เป็นสะพานสีเขียนที่เป็นสีเดียวกับที่นั่งของ ส.ส.ในสภาและนับเป็นสะพานที่ให้รถข้ามที่เก่าแก่ที่สุดของลอนดอน (ค.ศ. 1750)

8. หลังจากข้ามแม่น้ำแล้วก็จะพบกับ London Eye ชิงช้าสวรรค์ที่เคยเป็นชิงช้าที่สูงที่สุดในโลก ณ ปี 2000 มันเป็นชิงช้าสวรรค์ที่มีจุดยืดเพียงด้านเดียว มีกระเช้าทั้งหมด 32 Capsules จากนั้นเดินเรียบแม่น้ำ Thames ไปทางด้านตะวันออกของลอนดอน

9. Southbank Centre เป็นกลุ่มของอาคารสำหรับศิลปะ ที่รวม The Royal Festival Hall, The Queen Elizabeth Hall และ Hayward Gallery ที่จะมีการจัดการแสดงด้านดนตรี การเต้น และ ศิลปะ ต่าง ๆ

10. Book stalls under Waterloo Bridge เป็นลานกว้างใต้สะพานที่ขายหนังสือที่ปรากฎอยู่ในภาพยนต์หลายเรื่อง และเป็นที่ ๆ คนรักหนังสือใฝ่ฝันที่จะมาเยือนซักครั้ง

11. OXO Tower เป็นตึกที่มีตัวอักษร OXO อยู่บนตึกด้านล่างจะมีร้านเกี่ยวกับศิลปะต่าง ๆ รวมถึงแกลเลอรี่ ด้านบนมีร้านอาหาร และสามารถขึ้นไปชั้น 8 เพื่อนจะดูวิวได้

12. Tate Modern – แกลเลอรี่ศิลปะสมัยใหม่ เข้าชมฟรี แต่บริจาคด้วยก็ดี สำหรับคนที่ in กับศิลปะ

13. Shakespeare’s Globe Theatre – เดินมาอีกนิดจาก Tate Modern เป็นอาคารหลังเดียวในลอนดอนที่มุงหลังคาด้วยหญ้า เป็นที่จำรองการแสดงสมัย Shakespeare ที่จัดแสดงละครต่าง ๆ

View this post on Instagram

🎭

A post shared by Kustaa Tuohimaa (@kustaatuohimaa) on

14. Millennium Bridge – สะพานคนเดินที่สร้างเพื่อปี 2000 เป็นสะพานที่แสดงถึงวิศวกรรมและการออกแบบของอังกฤษ และยังอยู่ในภาพยนตร์หลายเรื่อง รวมถึง Harry Potter เมื่อเดินข้ามสะพานมาแล้วก็จะเห็นถึง St Paul’s Cathedral

View this post on Instagram

t:london/friday/millenniumbridge/2019

A post shared by tytus duchnowski (@musictd) on

15. St Paul’s Cathedral เป็นมหาวิหารคู่บ้านคู่เมืองลอนดอน เป็นที่ประจำของ Bishop of London ตัววิหารในปัจจุบันสร้างขึ้นใหม่โดยผลงานการออกแบบของ Sir Christopher Wren ที่ได้สร้างขึ้นบนเขตของ โบรถ์เดิมที่ถูกไฟไหม้ในปี ค.ศ. 1666 – The Great Fir of London
St Paul’s Cathedral นี้สูงกว่า 365 ฟุต เป็นตึกที่สูงที่สุดในลอนดอน ตั้งแต่ปี 1710 ถึงปี 1967
มหาวิหารนี้ยังเป็นที่ทำพิธีกรรมทางศาสนาที่สำคัญ ๆ เช่น งานฉลองการขึ้นครองราชย์ของ Queen Elizabeth II งานอภิเษกสมรส ของเช้าฟ้าชาย Charles และ เจ้าหญิง Dianna

16. Cannon Street – ถนนสายนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการทำปืนใหญ่แต่ประการใด หากแต่ถนนเส้นนี้เคยเป็นแหล่งของคนทำเทียนไข candle-makers จาการกร่อนเสียงจึงกลายเป็น Cannon Street
ณ ปัจจุบันถนนสายนี้เป็นถนนสายสำคัญด้านการเงินการธนาคาร และไม่ไกลจากถนนสายนี้เป็นที่ตั้งของ Bank of England ธนาคารกลางของอังกฤษ

17. Monument to the Great Fire of London – เขตเมืองของลอนดอนในปี 1666 เคยถูกไฟไหม้อยู่ เจ็ดวันเจ็ดคืน เรียกได้ว่าวอดเกือบทั้งเมือง และเมื่อได้สร้างเมืองใหม่จึงได้ออกกฎหมายที่ให้ตัวอาคารสร้างจากวัตถุทนไฟ (และทำให้มีเพียง Shakespeare’s Globe Theatre เป็นเพียงอาคารเดียวที่ได้รับการยกเว้นและหลังคามุงด้วยหญ้า)

บริเวณต้นเพลิงนั้นได้สร้างอนุสรณ์ Monument of the Great Fire of London ขึ้น โดยผู้เยี่ยมชมสามารถเดินขึ้นบันไดวนเพียง 311 ขั้นเพื่อไปชมเมืองลอนดอนจากความสูง 62 เมตรได้

18. London Bridge ตามเนื้อเพลงกล่อมเด็กที่กว่า “London bridge is Falling Down …” สะพานนี้ได้สร้างมาหลายต่อหลายรอบตั้งแต่สมัยโรมัน โดยเริ่มต้นด้วยการสร้างด้วยไม้ ต่อมาก็ Upgrade ในช่วงปี 1205 มาเป็นปูนที่สามารถสร้างร้านค้ากว่า 138 หลังไว้บนสะพานไว้ได้ สะพานได้ต่อเติมและผ่านวิกฤตหลาย ๆ ครั้ง

ในปี 1768 ร้านค้าได้ถูกรื้อถอน โดยหวังว่าสะพานจะได้กว่าขึ้นการเดินทางสะดวกขึ้น แต่การปรับแต่งรากฐานของสะพานทำให้ตอม่อเสียหายและจำเป็นต้องสร้างอันใหม่แต่สะพานอันเดิมนี้ ( Old London Bridge ) ก็ยังคงใช้งานอยู่
ในปี 1820 ลอนดอนบริดจ์อันใหม่ได้ถูกออกแบบเพื่อที่จะสร้างไม่ไกลจากสะพานอันเดิมโดยการก่อสร้างได้เริ่มในปี 1824 และในปี 1831 สะพานใหม่ที่ใหญ่กว่า ดีกว่าได้ถูกเปิดใช้งาน (New London Bridge) ในปีเดียวกัน Old London Bridge ก็ได้เริ่มการรื้อถอน ปิดฉากการใช้งาน Old London Bridge กว่า 622 ปี

New London Bridge นี้ถูกใช้งานกว่า 140 ปีก่อนที่จะมีเศรษฐีชาวอเมริกันขอซื้อสะพานนี้ไปติดตั้งที่ Arizona สะพานได้ถูกถอดเป็นชิ้น ๆ และเดินทางข้ามมหาสมุดไปยังเมืองชื่อว่า Lake Havasu City

จากการที่ลอนดอนได้ขาย London Bridge ไป จึงได้สร้าง London Bridge อันใหม่ขึ้นมาก เรียกว่า Modern London Bridge ในระหว่าปี 1968 – 1972 และเป็นสะพานที่เห็นในทุกวันนี้

กลางสะพาน London นี้ สามารถถ่ายรูปเห็นเรือ HMS Belfast และสะพาน Tower Bridge

19. Borough Market เป็นตลาดเก่าแก่ของลอนดอนที่ขายอาหาร โดยตลาดนี้มีอายุตั้งแต่ศตวรรษที่ 12
สำหรับผู้ที่มาเยี่ยมชม การได้ลิ้มลองหอยนางรมสดที่ตลาดนี้คือสิ่งที่แนะนำ ก่อนที่จะกลับมาเดินเรียบแม่น้ำ

20. HMS Belfast เป็นเรือรบปลดประจำการที่ได้เอามาสร้างเป็น พิพิธภัณฑ์ ลอยน้ำขนาดใหญ่

21. City Hall (ศาลากลางจังหวัด) เป็นอาคารูปทรงรี อ้วน ๆ เป็นที่ทำงานของนายกเทศมนตรีมหานครลอนดอน

View this post on Instagram

Happy Friday, London! 🍂 ☀️

A post shared by Stayinlondon.co.uk (@stayinlondon.co.uk) on

22. Tower Bridge สร้างเสร็จในปี 1894 เป็นสะพานที่มีหอคอยคู่ (ถ้าคอยคนเดียวมันจะเหงา) ที่สามารถยกเปิดได้ ด้านบนยังเป็นสะพานทางเดินที่สามารถจ่ายเงินขึ้นไปเดินเพื่อดูวิวของแม่น้ำ สะพานนี้ถือเป็น Landmark ที่ถ้าไม่ได้มาถือว่าว่ามาไม่ถึงลอนดอน

หลายคนอาจจะเรียกชื่อสะพานนี้เป็น London Bridge ไม่เชื่อลองไปถามเศรษฐีจากรัฐ Arizona สิ

View this post on Instagram

#20191124 #🇬🇧

A post shared by Daewook Kim (@lost_find) on

23. Tower of London สร้างขึ้นปี ค.ศ. 1078 ตามคำสั่งของ William the Conqueror ถูกสร้างขึ้นเป็นที่อยู่ของพระมหากษัตริย์ แต่ด้วยเหตุการณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1100 มันเหมือนจะถูกใช้เป็นคุกมากกว่า
นอกจาก มงกุฎของ Queens ที่ชื่อว่า Crown Jewels of England ในวังแห่งนี้ยังแผงไปด้วยความชื่อด้านโชคลางของชาวอังกฤษ คือ จะต้องมีนกกา (นกสีดำ) อยู่ในหอคอยนี้ 5 ตัวเสมอ ถ้ามันหายไป อังกฤษอาจจะถึงการล่มสลาย

แต่อย่างไรก็ดี นี่เป็นที่สุดท้ายของการเดินเที่ยวชมในครั้งนี้

View this post on Instagram

#TowerofLondon

A post shared by @ martaflorentyna on