ทำไมต้องมาเรียนภาษาอังกฤษ

1 ภาษาอังกฤษคือภาษาที่เป็นสากลของโลก ไปไหนก็พูดภาษาอังกฤษ เนื่องจากมีคนกว่า 400 ล้านคนมีภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่ เช่น ประเทศใหญ่ ๆ อย่าง อเมริกา ออสเตรเลีย ประเทศที่ใหญ่และกำลังเป็นที่น่าสนใจอย่างอินเดีย ประเทศรอบไทยอย่าง พม่า มาเลเซีย สิงค์โป ฟิลิปปินส์ และทั้งทวีปยุโรปเองภาษาอังกฤษก็ใช้กันอย่างแพร่หลาย (แต่จากประสบการณ์ ไปญี่ปุ่นกับจีน ภาษาอังกฤษอาจจะใช้ไม่ค่อยได้)

2. ในอินเตอร์เน็ตซึ่งเป็นแหล่งความรู้ของโลกก็ใช้ภาษาอังกฤษ งานวิจัยที่น่าสนใจ บทความต่าง ๆ เรื่องราวใหม่ ๆ เว็ปข่าวสารใหญ่ ๆ BBC, CNN, Al Jazeera ก็ใช้ภาษาอังกฤษ และในยุคปัจจุบันที่มีเกือบทุกอย่างเป็นคลิปบน Youtube ถ้าหาข้อคลิปเป็นภาษาไทยไม่เจอ ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นภาษาอังกฤษ

3. อันนี้จากข่าวทีมหมูป่าที่ติดถ้ำขุนน้ำนางนอนในปี 2018 ที่ทีมค้นหาจากอังกฤษเข้าไปเจอเป็นทีมแรก เด็ก ๆ ที่ติดถ้ำยังต้องใช้ภาษาอังกฤษเลย ดังนั้นใจปัจจุบันภาษาอังกฤษมันมีอยู่ในทุกที่ จริง ๆ เหตุผลจากข้อนี้ข้อเดียวก็ควรเรียนภาษาอังกฤษละ

ทำไมต้องไปเรียนเมืองนอก ? ตอบง่าย ๆ คือระบบการศึกษา คุณภาพของระบบการศึกษา สิ่งแวดล้อมของผู้เรียน และประสบการณ์ชีวิตที่จะได้รับ

1. ยอมรับมาเถอะว่าระบบการศึกษาไทยมันยังต้องปรับปรุงอีกเยอะ (aka มันห่วย) ไม่ว่าจะรัฐบาลไหน ๆ ก็ไม่ได้ใส่ใจที่จะปรับปรุงระบบ ดังนั้นการที่เด็กที่จะเป็นอนาคตของชาติได้มาอยู่ในระบบการศึกษาที่มีมาตรฐานกว่า ไม่มีการขอเกรด ไม่ตรวจข้อสอบชุ่ย มันย่อมดีกว่า อนึ่งระบบการศึกษาตะวันตกฝึกให้เด็กนักศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลเอง และประยุกต์ใช้ความรู้ที่หามาได้กับปัญหาต่าง ๆ นิสัยนี้อาจจะเปลี่ยนชีวิตของผู้ได้เรียนรู้ในระบบนี้เลยทีเดียว

2. ถ้าคุณมีกำลัง (ทุนทรัพย์) จะมาเรียนเมืองนอกได้ คุณมาเถอะ ไม่ใช่ทุกคนที่จะมาเรียนได้ ถ้ามีโอกาสทำไมไม่รับมัน มีคนกว่าครึ่งประเทศไทยไม่มีโอกาสนี้

3. สิ่งแวดล้อมในต่างแดนจะเป็นโอกาสที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ใหม่ ๆ เพื่อนใหม่ ๆ วัฒนธรรมใหม่ ๆ สิ่งเหล่านี้ล้วนจะมีประโยชน์ในอนาคต เช่น โอกาสที่จะเจอเพื่อนที่สามารถทำธุรกิจด้วยกัน โอกาสที่จะตะหนักถึงการศึกษาภาษาอื่น ๆ เรียนรู้ว่าชาวต่างชาติคิดต่างจากเรา อย่างน้อย ก็ลองแลกเปลี่ยนประสบการณ์ผีในประเทศไทยให้เขาฟังสิถ้ามีโอกาสนะ ส่วนเรื่องของธุรกิจ การได้มาอยู่หรือเรียนต่างประเทศจะทำให้สามารถติดต่องานกับชาวต่างชาติได้อย่างไม่เขินอาย

4. ในประเทศตะวันตก ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ เป็นที่ที่น่าไป และหาได้ง่ายกว่าห้างสรรพสินค้า การเรียนต่อต่างประเทศยังมีโอกาสที่จะได้ท่องเที่ยวในประเทศอื่น ๆ ใกล้เคียง เช่นถ้ามาเรียนในปารีสก็อาจจะได้เดินทางท่องเที่ยวในยุโรปหลายประเทศ เป็นการเพิ่มประสบการณ์ให้ตัวเอง

5. มีหลักสูตรให้เลือกมากมายที่เมืองไทยยังไม่มี หรือมีก็ยังเป็นแบบเริ่มต้น เช่น ด้านเครื่องบินและอวกาศ ด้านนิวเคลียร์ ด้านวิทยาศาสตร์นาโน ด้านพลังงานสะอาด นวัตกรรม ด้านการแพทย์เฉพาะทาง (ด้านมะเร็ง หัวใจ ยีนและสเต็มเซลล์) ด้านการวางผังเมืองและการขนส่ง (สองอันหลังนี้อยากให้มีคนจบมาเยอะ ๆ) เอาเป็นว่าแค่ชื่อหลังสูตรก็สุดมันแล้ว

6. การมาเรียนเมืองนอกสำหรับผู้มาเรียนนั้นมันคือ อิสละภาพ ไม่ต้องมีใครตามบ่น แต่ก็ต้องช่วยเหลือและรับผิดชอบตัวเองให้ได้ ผู้ปกครองหลายท่านส่งลูกออกมาอยู่เมืองนอกเพื่อมั่นใจว่าลูกจะสามารถใช้ชีวิตได้ด้วยตัวเอง
คำเตือน : สำหรับผู้ปกครอง ถ้าลูกหลานเป็นคนไม่เอาถ่านหรือไม่ค่อยได้ความ การส่งลูกหลานออกไปเมืองนอกแล้วหวังว่าพวกเด็ก ๆ จะดีได้นั้นถือเป็นการเดิมพันที่สูงมาก และอัตราการล้มเหลวจะสูงมาก ควรจะฝึกวินัยของบุตรหลานก่อนจะส่งมาเมืองนอก

7. หลังจากเรียนจบ นักเรียนนอกจะเพิ่มโอกาสของการได้งานดี ๆ และมีรายได้มากขึ้น อันนี้แน่นอนอยู่แล้ว ถ้าจะต้องสมัครงานหลังจากเรียนจบ เด็กนอกย่อมมีภาษีดีกว่าในยุคที่ฝรั่งเต็มเมืองไทย และการทำการค้าต้องเกี่ยวข้องกับบริษัทต่างชาติ การที่บริษัทได้พนักงานที่พูดภาษาอังกฤษได้ย่อมได้เปรียบ แต่ถ้าจะทำธุรกิจเอง พวกเขาก็จะมีมุมมองที่ต่างจากเด็กไทย และนำมาสู่โอกาสที่ดีกว่า
ถ้าตัดสินใจแล้ว ก็อย่าลืมตรวจสอบชื่อของมหาลัยว่าได้รับการรับรองคุณวุฒิจากสำนักงาน ก.พ. ไหมที่ http://e-accreditation.ocsc.go.th/acc/index.html ในกรณีที่จะกลับมารับราชการ

ทำไมต้องเรียนภาษาอังกฤษที่ประเทศอังกฤษ ?

คำถามนี้เคยถามกับตัวเองเมื่อหลายปี จริง ๆ คำถามตอนนั้นคือไปเรียนที่ไหนดี แน่นอนมันมีตัวเลือกประเทศอยู่สามประเทศคือ Australia, UK และ USA โดยส่วนตัวเคยไปเรียนซัมเมอร์ที่ Boston, Christchurch-New Zealand และ London ตอนนั้นคิดว่า คนจบ Australia มันอ่อนกว่า จบ USA และ UK มันใกล้เมืองไทยไป ส่วนที่อเมริกา การเดินทางไม่สะดวกและประเทศใหญ่ไป ดังนั้นจึงเลือก UK ด้านล่างเป็นเหตุผลแบบจริงจัง

1. เป็นประเทศที่สร้างผู้มีอิทธิพลมากมาย ทั้งการเมือง เทคโนโลยี ผู้นำรวมถึงชนชั้นนำของไทยส่วนใหญ่จบมาจากอังกฤษ และยังส่งลูกหลานไปศึกษายังประเทศอังกฤษ

2. มหาลัยมีชื่อเสียง บางทีดูเก่า แต่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีใหม่ ๆ เช่นการเข้าใจรหัส DNA จากมหาลัยสุดเก่าอย่าง Cambridge, การศึกษาเรื่องการดูแลผู้ป่วยมะเร็งของ Leeds และ Kinston, การศึกษาด้านหุ่นยนต์กับเด็กของ Plymouth หรือการศึกษาเรื่องพลังงานแสงอาทิตย์ของ Bath

3. จำนวนของมหาลัยเกือบ 400 แห่ง และมีหลักสูตรเรียนกว่า 50,000 หลักสูตร

4. มหาลัยในอังกฤษมีการตรวจสอบที่จริงจัง มีการตรวจข้อสอบของเด็กด้วยอาจารย์อย่างน้อย 2 ท่าน และต้องมีอาจารย์จากมหาวิทยาลัยอื่นมาตรวจสอบการสอนและการให้คะแนนดังนั้นมหาลัยจึงมีคุณภาพสูง

5. สำหรับตัวประเทศเอง อังกฤษเป็นประเทศที่เป็นมีนักเรียนจากทั่วทุกมุมโลกมาเรียน (ทุกปีจะมีนักเรียนต่างชาติมาลงเรียนกว่า 260,000 คน) แต่ยังอยู่ในกฎระเบียบที่ดี เป็นโอกาสให้นักเรียนได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม อังกฤษ ยุโรป จีน แขกและคนดำ มีโอกาสหาเพื่อนใหม่ ได้ใช้ชีวิตวัยรุ่น ได้เรียนรู้ว่าแขกเก่งกว่าไทยไหม หรือพี่จีนจะซื้อทุกอย่างจริงไหม คนดำน่ากลัวไหม

6. มีอาชญากรรมต่ำ การพกปืนยังมีน้อยมากจึงไม่ค่อยมีการยิงกันตาย การขับรถบนถนนก็มีน้ำใจ มีระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพมีรถไฟไปทุกเมือง ในเมืองมีรถบัสที่เดินทางอย่างสะดวกสบาย

7. อังกฤษยังเป็นเมืองที่น่าใช้ชีวิต มีอาหารจากทั่วทุกมุมโลก มีงานดนตรี ศิลปะ ประวัติศาสตร์ และความโดดเด่นเรื่องกีฬา ทั้งเทนนิส กอล์ฟ และฟุตบอล

8. เนื่องจากค่าเงินอังกฤษที่ลดค่าลง และระยะเวลาของการเรียนที่น้อยกว่าในหลาย ๆ ประเทศ อังกฤษจึงจะเป็นตัวเลือกที่ประหยัด และยังสามารถหาทุนการศึกษา หรือส่วนลดค่าเรียนได้อีกด้วย